การเฝ้าระวังพฤติกรรม

          1.กลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2, 5 และนักเรียนระดับอาชีวะศึกษา

          ปัญหาในด้านพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นในนักเรียนชายและนักเรียน หญิงมัธยมศึกษาปีที่ 2 และปีที่ 5 ในช่วงปี พ.ศ. 2547-2551 พบว่า นักเรียนชายและนักเรียนหญิงมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีแนวโน้มของการเคยมีเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้น ในช่วงปี พ.ศ.2250-2551 ในนักเรียนชาย พบร้อยละ 3.2 เป็นร้อยละ 3.7 และในนักเรียนหญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว พบร้อยละ 1.9 เป็นร้อยละ 2.3 ทั้งนี้ พบว่านักเรียนชายมีแนวโน้มของการใช้ถุงยางอนามัยครั้งแรกเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 50.0 เป็นร้อยละ 51.8 ในขณะที่นักเรียนหญิงมีแนวโน้มของการใช้ถุงยางอนามัยลดลง จากร้อยละ 50.0 เป็นร้อยละ 48.3 ในนักเรียนชายและนักเรียนหญิงมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีแนวโน้มของการเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วเพิ่มขึ้น ในช่วงปี 2547-2551 นักเรียนชาย พบร้อยละ 17.8, 17.7, 21.0, 21.2 และร้อยละ 24.1 ตามลำดับ และมีแนวโน้มของการใช้ถุงยางอนามัยครั้งแรกเพิ่มขึ้นในปี 2551 จากร้อยละ 49.7 เป็นร้อยละ 51.1 เช่นเดียวกับนักเรียนหญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้วสูงขึ้นจากร้อยละ 5.0,8.7,12.2, 12.9 และร้อยละ 14.7 ตามลำดับ และมีการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้น ในปี 2551 จากร้อยละ 46.3 เป็นร้อยละ 49.9 ตามลำดับ จากการสำรวจพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ในกลุ่มนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ระดับอาชีวะปีที่ 2 ในปี พ.ศ.2551 พบว่าแนวโน้มของการเคยมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนชาย (ร้อยละ 43.3) และนักเรียนหญิง (ร้อยละ 36.5) สูงขึ้น ส่วนใหญ่นักเรียนชายและนักเรียนหญิงเคยมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหรือคนรัก (นักเรียนชาย ร้อยละ 30.7 และนักเรียนหญิงร้อยละ 28.9) นักเรียนชาย(ร้อยละ 48.3) และนักเรียนหญิง (ร้อยละ 45.6) มีแนวโน้มของอัตราการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะนักเรียนชายมีแนวโน้มของการใช้ถุงยางอนามัยกับคู่รักที่รู้จักกัน ผิวเผิน (ร้อยละ 56.9) และชายเพศเดียวกัน (ร้อยละ 52.3) เพิ่มขึ้น ในขณะที่มีการใช้ถุงยางอนามัยกับหญิงขายบริการทางเพศลดลง ร้อยละ 57.0

          2.กลุ่มพนักงานชายและหญิงในสถานประกอบกิจการ

          จากการเฝ้าระวังในกลุ่มพนักงานโรงงานอุตสาหกรรม ผลการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอชไอวีพนักงานชายและ พนักงานหญิงในสถานประกอบการ ปี พ.ศ. 2551 พนักงานชายมีอายุเฉลี่ย 29 ปี (จำนวน 4,540 คน) ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 54.7 โสด ร้อยละ 41.4 จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 23.5 จบมัธยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 22.9 มีประสบการณ์การเคยมีเพศสัมพันธ์ของพนักงานชายลดลง เหลือร้อยละ 87.6 มีการใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกร้อยละ 37.8 และส่วนใหญ่มีการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งกับคู่นอนประเภทต่าง ๆ ในรอบปีที่ผ่านมากับกลุ่มหญิงขายบริการสูงขึ้น ร้อยละ 75.8 หญิงอื่น ร้อยละ 56.1 และผู้ชาย ร้อยละ 46.2 ตามลำดับ และมีพนักงานชายที่สงสัยว่าเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 9.1 สำหรับพนักงานหญิงในสถานประกอบการมีอายุเฉลี่ย 29 ปี(จำนวน 4,778 คน) มีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุ 20 ปี และเคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว ร้อยละ 81.9 ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 63.1 เป็นผู้มีการศึกษาในระดับประถมศึกษา ร้อยละ 24.5 พฤติกรรมทางเพศและการใช้ถุงยางอนามัยของพนักงานหญิงในรอบปีที่ผ่านมา มีการใช้ถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกร้อยละ 21.7 และมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นในรอบปีที่ผ่านมา ร้อยละ 26.3 พนักงานหญิงที่มีอาการสงสัยว่าป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 9.3 ประสบการณ์การใช้สารเสพติดของพนักงานชายและพนักงานหญิงในสถานประกอบการพบว่า ในช่วงที่ผ่านมา(พ.ศ.2550-2551) เคยใช้สารเสพติดชนิดฉีด ร้อยละ 2.3 ส่วนใหญ่พนักงานชายมีประสบการณ์ดื่มแอลกอฮอล์สูงถึงร้อยละ 86.0 และบุหรี่ ร้อยละ 61.8 ในขณะที่พนักงานหญิงมีประสบการณ์ผู้ที่เคยใช้เข็มฉีดยา ร้อยละ 0.7 และดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 58.2 ร่วมกับผู้อื่นสูงกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีจากการใช้สารเสพติดก่อนการร่วมเพศ ร้อยละ 1.7 ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมีเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 6.8 และบุหรี่ ร้อยละ 8.8 จากข้อคำถามของ UNGASS พบว่าพนักงานชายและพนักงานหญิงมีความรู้เรื่องโรคเอดส์ที่ถูกต้อง เพียงร้อยละ 43.3-55.0 ที่มีความรู้เกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัยในการป้องกันการติดเชื้อเอดส์ได้ การมีคู่นอนเพียงคนเดียวที่ไม่มีเชื้อเอดส์ สามารถป้องกันการติดเชื้อเอดส์ได้ การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี อาจเป็นคนที่มีเชื้อเอชไอวีได้ การกินอาหารร่วมกับผู้ติดเชื้อ สามารถติดเชื้อได้หรือไม่ ยุงเป็นพาหะนำเชื้อมาสู่คนได้หรือไม่ และการใช้ยาต้านไวรัสสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสได้หรือไม่

          3.กลุ่มทหารกองประจำการ

          กลุ่มทหารกองประจำการ พบว่าในปี พ.ศ.2551 มีอายุเฉลี่ย 22 ปี (21.1 ปี) จำนวน 3,782 คน ส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรสโสด ร้อยละ 71.0 สถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 25.8 และหย่า แยก หม้าย อื่น ๆ ตามลำดับ ส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 35.3 แนวโน้มของการเคยมีประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์สูงขึ้น ร้อยละ 87.6-90.3 ทหารกองประจำการส่วนใหญ่มีแนวโน้มของการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นสูงขึ้น ร้อยละ 47.9 หญิงขายบริการ ร้อยละ 22.8 และผู้ชาย ร้อยละ 4.7 ตามลำดับ พฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยในรอบปีที่ผ่านมา มีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยกับหญิงขายบริการ ร้อยละ 69.2 ใช้ถุงยางอนามัยกับผู้ชาย ร้อยละ 55.0 และหญิงอื่น ร้อยละ 40.9 อย่างไรก็ตามในรอบปีที่ผ่านมา หารกองประจำการเคยมีการดื่มแอลกอฮอล์สูง ร้อยละ 91.3 มีการใช้บุหรี่ ร้อยละ 88.9 และมีการใช้สารเสพติดที่เป็นยาบ้า และกัญชา ร้อยละ 43.0 และร้อยละ 41.1 ตามลำดับ และมีความรู้เรื่องโรคเอดส์ที่ถูกต้องเพียงร้อยละ 38.0

          4.กลุ่มหญิงขายบริการทางเพศ

          ผลการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอ็ชไอวี ปี พ.ศ. 2551 มีจำนวนหญิงขายบริการทางเพศ 1,876 คน มีอายุเฉลี่ย 29 ปี มีอายุต่ำสุด และสูงสุดอายุ 15 ปี- 57 ปี ส่วนใหญ่ไม่เคยแต่งงาน ร้อยละ 30.5 จบการศึกษาระดับประถมศึกษาสูงสุด ร้อยละ 42.2 ส่วนใหญ่มีระยะเวลาที่ขายบริการทางเพศต่ำกว่า 1 ปี ร้อยละ 34.3 หญิงขายบริการทางเพศส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำกว่า 5,000 บาทต่อเดือน ร้อยละ 72.0 และมีรายได้สูงกว่า 5,000-14,999 บาทต่อเดือน เพียงร้อยละ 24.2 ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการขายบริการทางเพศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในกลุ่มแขกหรือ ลูกค้าประจำ (ร้อยละ 69.3) สามีหรือคู่ที่อยู่กินด้วยกัน (ร้อยละ 49.1) และชายอื่น (ร้อยละ 30.5) หญิงขายบริการทางเพศก็มีพฤติกรรมการใช้ถุงยางอนามัยเพิ่มขึ้นในกลุ่มแขกหรือ ลูกค้าประจำ (ร้อยละ 93.7) ชายอื่น (ร้อยละ 89.8) ในขณะที่หญิงขายบริการทางเพศมีการใช้ถุงยางอนามัยกับกลุ่มสามีหรือคู่ที่ อยู่กินด้วยกันต่ำ (ร้อยละ 40.8)

          สำหรับพฤติกรรมสุขภาพอื่นๆ ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า หญิงขายบริการส่วนใหญ่สูบบุหรี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 39.3 ในปี พ.ศ.2551 มีการใช้ยาเสพติดชนิดฉีด ร้อยละ 0.8 และมีการสงสัยว่าติดเชื้อจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ร้อยละ 11.3 นอกจากนี้ ยังพบว่าหญิงขายบริการทางเพศมีความรู้ในเรื่องโรคเอดส์ที่ถูกต้องต่ำเพียง ร้อยละ 39.0 แต่มีพฤติกรรมการใช้ถุงยาอนามัยในการป้องกัน การสัมผัสผู้ติดเชื้อ และการร่วมเพศกับแฟนหรือคนรักอยู่ในระดับสูง ในขณะที่หญิงขายบริการทางเพศขาดความรู้ในเรื่องการอยู่ร่วมกัน การกินอาหาร พาหนะนำเชื้อ ความเชื่อ และการร่วมเพศในระดับสูงเช่นกัน ซึ่งจะต้องมีการรณรงค์ให้ความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติแนวคิดของผู้ขายบริการทางเพศ ให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องโรคเอดส์มากขึ้น ที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางเพศและเกิดการป้องกันได้อย่างต่อ เนื่อง

          5.กลุ่มประชากรทั่วไป

          ผลการเฝ้าระวังพฤติกรรมที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อเอ็ชไอวี ใน ปี พ.ศ.2551ในประชากรชาย หญิงที่มีอายุเฉลี่ย 31 ปี (จำนวนประชากรชาย 7,290 คน และจำนวนประชากรหญิง 7,379 คน) ส่วนใหญ่เพศชายมีสถานภาพสมรสคู่ ร้อยละ 52.5 และสถานภาพสมรสโสด ร้อยละ 44.1 ในขณะที่เพศหญิงมีสถานภาพสมรสคู่ร้อยละ 60.4 และมีสถานภาพสมรสโสด ร้อยละ 33.3 ส่วนใหญ่เพศชายมีระดับการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และประถม ร้อยละ 27.0 และร้อยละ 26.1 ในขณะที่เพศหญิงส่วนใหญ่อยู่ในระดับประถมศึกษา (ร้อยละ 30.4) มากกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ร้อยละ 25.1 อย่างไรก็ตาม กลุ่มประชากรทั่วไปชาย หญิงส่วนใหญ่มีแนวโน้มของการเคยมีเพศสัมพันธ์แล้วลดลง (ชาย ร้อยละ 84.6 เหลือ ร้อยละ 75.0 และหญิง ร้อยละ 81.1 เหลือร้อยละ 72.3) ในรอบปีที่ผ่านมาของประชากรชายส่วนใหญ่มีแนวโน้มของมีเพศสัมพันธ์ลดลง ส่วนใหญ่มีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น ร้อยละ 19.1 และมีการใช้ถุงยางอนามัยกับหญิงขายบริการสูงกว่ากลุ่มหญิงอื่น และผู้ชาย ร้อยละ 75.8 ร้อยละ 67.6 และร้อยละ 28.0 ตามลำดับ ประสบการณ์การใช้สารเสพติดและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่าประชากรทั่วไปชาย หญิง มีการดื่มแอลกอฮอล์สูง ร้อยละ 74.2 และร้อยละ 44.1 รองลงมาใช้บุหรี่ ร้อยละ 49.9 และร้อยละ 6.5 ประชากรทั่วไปชายมีการใช้สารเพพติดสูงกว่าประชากรหญิง ร้อยละ 1.5 และร้อยละ 0.5 ตามลำดับ นอกจากนี้ ยังพบว่ากลุ่มประชากรทั่วไปชาย และหญิงมีความรู้ในเรื่องโรคเอดส์ที่ถูกต้อง ร้อยละ 54.0

 
พฤ อา
 

E-Service